POLICETV สถานีทีวีเพื่อประชาชน

ไฟไหม้ตึกแถวเก่าโบราณ สมัย ร.5 เพลิงเผาวอด 13 หลัง ชาวบ้านวิ่งขนสิ่งของอลหม่าน!!

เปิดอ่าน 735 views

ไฟไหม้ตึกแถวเก่าโบราณ สมัย ร.5 เพลิงเผาวอด 13 หลัง ชาวบ้านวิ่งขนสิ่งของอลหม่าน!!

 

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 11 ธ.ค.ร.ต.อ.เลิศชาย ผือลองชัย รอง สว.(สอบสวน) สน.สำราษฏร์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ บริเวณถนนแพร่งนรา แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.นำรถน้ำดับเพลิง จำนวน 10 คัน และอาสาสมัครกู้ภัยแอเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวเก่า 2 ชั้นลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ ปลูกติดกันหลายคูหา พบมีชาวบ้านวิ่งแตกตื่นขนสิ่งของเครื่องใช้และเสื้อผ้า ออกมาจากบ้าน โดยต้นเพลิงไหม้ อยุ่บ้านเลขที่ 89 ซึ่งเปิดเป็นร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ โดยเพลิงลุกไหม้จากชั้น 2 ลุกลามรวดเร็วไปยังบ้านข้างเคียง เจ้าหน้าที่จึงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงสงบลง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเพลิงลุกไหม้ เสียหายจำนวน 13 คูหา และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สอบสวน น.ส.ไซ ลวด ซอน อายุ 26 ปี ชาวกัมพูชา ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ ให้การว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังจะนอนพักผ่อนอยู่ที่ชั้น 2 จู่ๆได้ยินเสียงคนตะโกนว่าไฟไหม้ ตนจึงรีบวิ่งออกมา เห็นเพลิงลุกไหม้จากชั้น 2 และลุกลามอย่างรวดเร็ว
ด้านนายวิษณุ ปุระวัฒน์ อายุ 67ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง ให้การอีกว่า บ้านหลังดังกล่าวตนเอง เปิดเป็นร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญอัตโนมัติและแบ่งเป็นห้องให้เช่า ขณะเกิดเหตุตนอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 99 และได้ยินเสียงคนตะโกนว่าไฟไหม เมื่ออกมาดูพบว่าเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วจากการสอบถามทราบว่าตอนนั้นมีคนต่างด้าวกำลังอาศัยกว่า10 คน หลังจากเกิดเพลิงไหม้ทุกคนต่างวิ่งเอาตัวรอด

 


ร.ต.อ.เลิศชาย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบชื่อเจ้าของตึกแถวต้นเพลิงแล้ว คือ นายวิษณุ ปุระวัฒน์ อายุ 67 ปี ตอนเกิดเหตุเจ้าตัวนอนพักอยู่ในตึกแถวอีกห้องหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลกันมากนัก อยู่ระหว่างเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.สำราญราษฎร์ ส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากตึกแถวที่เกิดเหตุเป็นทรัพย์สินในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนจะประสานตัวแทนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งสำนักงานเขต กองพิสูจน์หลักฐาน และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งในช่วงเวลา 10.00 น.

จากการสอบสวนพยานระบุอีกว่า เดิมถนนแพร่งนรา เป็นวังเก่าของพระโอรสในรัชกาลที่ 4 คำว่า “แพร่ง” แปลว่า “ทางแยกทางบก”ส่วนหนึ่งของวังฯสร้างเป็นโรงละครร้อง หลังจากได้ตัดถนนแพร่งนรา ผ่านกลางวังฯแล้ว ได้สร้างตึกแถวขึ้นทั้งสองฝั่งถนน มีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ซึ่งสร้างขึ้นเป็นที่นิยมกันในสมัยรัชกาล ที่ 5 เป็นตึกแถว 2 ชั้น หน้าแคบ หลังคารูปจั่วตามความยาวของคูหา มุงด้วยกระเบื้องเกล็ด ปัจจุบันตึกแถวเหล่านี้เหลืออยู่ประมาณ 100 คูหา และอยู่ในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัยและทำการค้าขายมาเป็นเวลานานนับปี

Share Button