POLICETV สถานีทีวีเพื่อประชาชน

สตม.แถลงจับกุมหนุ่มกีนีร่วมกับแฟนสาวชาวไทยปลอมบัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าบนเครื่องบิน

เปิดอ่าน 612 views

ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทย ตลอดจนบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีการกระทำความผิดมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เป็นภัยต่อความมั่นคงและชื่อเสียงของประเทศชาติ โดยสั่งการให้ดำเนินคดีถึงที่สุด หรือดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร หากพบว่ามีพฤติการณ์ เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ โดยให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานความร่วมมือต่างตอบแทนระหว่างกัน ในการติดตามจับกุมคนร้ายหนีคดีระหว่างประเทศ
ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.(มค), พลตำรวจโท สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ปป) และ พลตำรวจตรี ชูฉัตร ธารีฉัตร ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เร่งรัดการดำเนินการจนเป็นผลสัมฤทธิ์ และนำมาแถลงผลในวันนี้ (๔ พ.ค.๖๑) ดังนี้


เมื่อวันที่ ๓๐ เม.ย.๖๑ กก.๒ บก.สส.สตม.ได้ร่วมกันจับกุมนายราชีด อาเจย์บาดี ซาลามิ สัญชาติกีนี อายุ ๔๑ ปี และ น.ส.ฉันทพัฒน์ เอี่ยมไผ่ สัญชาติไทย อายุ ๔๓ ปี ในข้อหา ร่วมกันใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก จนท.กก.๒ บก.สส.สตม.ได้สืบทราบว่ามีชายชาวแอฟริกันติดต่อว่าจ้างหญิงไทยเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ โดยให้ใช้บัตรเครดิตปลอมที่เตรียมไว้ให้ ใช้รูดซื้อสินค้าบนเครื่องบินของสายการบินต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทน้ำหอม, ครีม, ปากกา หรือสินค้าต่างๆ ที่มีจำหน่ายบนเครื่องบิน กก.๒ บก.สส.สตม.จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวชายชาวแอฟริกันดังกล่าว พร้อมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่าชายแอฟริกันดังกล่าวชื่อ นายราชีดฯ พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่าน ต.ไทรม้า อ.เมือง จว.นนทบุรี พักอาศัยอยู่กับ น.ส.ฉันทพัฒน์ฯ แฟนสาวชาวไทย ซึ่งเป็นผู้นำบัตรเครดิตปลอมเดินทางไปกับสายการบินต่างๆเพื่อรูดซื้อสินค้าบนเครื่องบิน โดยได้เดินทางกับสายการบินไทเกอร์แอร์ออกไปประเทศสิงคโปร์แล้ว เพื่อใช้บัตรเครดิตปลอมรูดซื้อสินค้า และจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ ๓๐ เม.ย.๖๑ จนท.กก.๒ บก.สส.สตม.จึงได้วางแผนนำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายราชีดฯ ในวันที่ ๓๐ เม.ย.๖๑ ผลการตรวจค้น พบตัวนายราชีดฯ อยู่ภายในห้อง พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น บัตรเครดิตปลอม จำนวน ๗ ใบ, คอมพิวเตอร์ ๑ เครื่อง, เครื่องแท็บเล็ต ๑ เครื่อง, ตัวเครื่องบินพร้อมบัตรที่นั่ง, นิตยสารรายการสินค้าบนเครื่องบิน, ใบสั่งซื้อสินค้า และยังพบซองใส่ทองและใบเสร็จซื้อทองรูปพรรณ และเอกสารต่างๆ จำนวนมาก นอกจากนี้จากการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์พบว่า นายราชีดฯ ได้สั่งซื้อข้อมูลบัตรเครดิตจากเว็ปไซด์เถื่อน หรือ Dark web โดยชำระค่าข้อมูลเป็นเงินดิจิตัล หรือ Bitcoin เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ สอบถามนายราชีดฯ ยอมรับว่า ได้ซื้อข้อมูลบัตรเครดิตมาจากเว็ปไซด์เถื่อน และชำระเงินเป็นเงินสกุล Bitcoin จากนั้นจะส่งให้เพื่อนชาวแอฟริกันผลิตบัตรเครดิตปลอมและใส่ข้อมูลดังกล่าว ซึ่งได้ทำการแก้ไขข้อมูลชื่อเจ้าของบัญชี ให้เป็นชื่อของหญิงไทยที่ใช้บัตร เพื่อให้สลิปที่ออกมาจากเครื่องรูดบัตรปรากฎชื่อของหญิงไทยแทน ทำให้ไม่เป็นที่สงสัย จากนั้นจะนำสินค้าที่ได้ไปขายให้กับตามร้านค้าต่างๆในราคาถูกกว่าท้องตลาด นอกจากนี้ นายราชิดฯ ยังได้นำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้ในการซื้อตั๋วเครื่องบิน, ซื้อสินค้าต่างๆ ตามเว็ปไซด์ขายสินค้าต่างๆด้วย
ในขณะเดียวกัน จนท.กก.๒ บก.สส.สตม.อีกชุด ได้นำกำลังไปดักรอ น.ส.ฉันทพัฒน์ฯ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งได้เดินทางกลับมาจากประเทศสิงคโปร์ จากการตรวจค้นพบ บัตรเครดิตปลอมจำนวน ๔ ใบ และน้ำหอมยี่ห้อต่างๆ ซึ่งได้จากการใช้บัตรรูดซื้อบนเครื่องบิน จำนวน ๑๐ กล่อง สอบถาม น.ส.ฉันทพัฒน์ฯ ให้การยอมรับว่า บัตรเครดิตดังกล่าวเป็นบัตรเครดิตปลอม ซึ่งได้รับมาจาก นายราชิดฯ แฟนหนุ่มชาวกีนี และได้โดยสารเครื่องบินไปเพื่อใช้บัตรเครดิตปลอมรูดซื้อสินค้าบนเครื่องบิน จากนั้นนายราชิดฯ จะเอาไปขายให้ร้านค้าต่างๆ และจะให้ส่วนแบ่งประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเที่ยว เบื้องต้นจึงได้ทำการจับกุมนายราชิดฯ ส่งดำเนินคดีกับ พงส.บก.สส.สตม.และ จับกุม น.ส.ฉันทพัฒน์ฯ ส่งดำเนินคดีกับ พงส.สภ.สุวรรณภูมิ และหลังจากนี้จะได้ทำการสืบสวนขยายผล ผู้ที่ทำบัตรเครดิตปลอมให้นายราชิดฯ และตรวจสอบสายการบินต่างๆ ว่า มี น.ส.ฉันทพัฒน์ฯ หรือ หญิงไทย ซื้อสินค้าบนเครื่องบินโดยใช้บัตรเครดิตปลอมอีกหรือไม่ ทั้งเพื่อจะได้สืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้ายที่มีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไป


อนึ่ง การแถลงข่าวนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะชน และขอฝากให้ประชาชนช่วยสังเกตชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยใกล้บ้านเรือนท่านหากพบพฤติกรรมไม่เหมือนนักท่องเที่ยวหรือไม่มีงานทำแน่นอน หรือน่าสงสัย ขอให้แจ้งข้อมูลสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ๑๑๗๘ หรือ www.immigration.go.th

Share Button