POLICETV สถานีทีวีเพื่อประชาชน

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2561

เปิดอ่าน 1,956 views

  

เมื่อเวลา 10:30 น. วันที่ 2 ก.ค. 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน โดยมี พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา (มค 1)/ผอ.ศพดส.ตร.กล่าวถึงความเป็นมาเป็นมาของโครงการฯ ร่วมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. และเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากหน่วยงานที่มีผลปฏิบัติการดีเด่นทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตามที่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยปราศจากปัญหาดังกล่าว และได้รับการยอมรับในเวทีโลก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีภารกิจหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะด้านการดำเนินคดี และบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและเสร็จสิ้นโดยเร็ว และตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เห็นว่าไทยร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ได้ประกาศยกระดับประเทศไทยมาอยู่กลุ่มที่ 2 ได้รับการปลดจากเทียร์ 2 เฝ้าระวัง ซึ่งเราแก้ปัญหานี้มาตั้งแต่อยู่ในระดับเทียร์ 3 ถือเป็นลำดับที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีและเป็นความสำเร็จน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ศพดส.ตร. จึงได้จัดโครงการประกวดผลงานผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2561

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ เพื่อยกย่องสนับสนุนและเผยแพร่ผลงานของผู้ปฏิบัติงาน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ให้ปรากฏต่อสังคม อาทิ บช.น., บช.ภ.5, บช.ก., บช.ภ.3, บช.ภ.2, บช.ทท., สำนักงานคดีค้ามนุษย์ อสส., สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์บ้านนารีสวัสดิ์, บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร, Homeland Security investigation (HSI), Federation Bureau of Investigation (FBI), โครงการออสเตรเลีย-เอเชียเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ (AAPTIP), NGOs; Hug Project, A21 Foundation, Zoe-International Foundation, Night Light, The Exodus Road, มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน LPN, ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลStella Maris

สำหรับการดำเนินการในปี 2561 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงยืดถือการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่เป็นวาระแห่งชาติ ยังคงมีการดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ซึ่งมีผลการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วจำนวน 56 ราย ทางอาญาศาล ได้พิพากษาลงโทษ 24 ราย จำคุกสูงสุด ถึง 320 ปี ในคดีแม่ฮ่องสอน , ทางวินัย มีเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว. 25 ราย สำหรับผลการจับกุมคดีค้ามนุษย์ ในปี 2561 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ในภาพรวม จับกุมแล้ว 147คดี เป็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 142 คดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 5 คดี ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มทางเพศ จำนวน 117 คดี , กลุ่มบังคับใช้แรงงาน 25 คดี ,กลุ่มขอทานจำนวน 4 คดี , ขูดรีด 1 คดี

 
การเพิ่มความเข้มของตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสวนคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งเริ่มมีการหลบหนี หลอกลวงคนไทยไปค้ามนุษย์ยังต่างประเทศ และปราบปรามนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาท่องเทียวเพื่อซื้อประเวณีเด็ก ตลอดจนเครือข่ายต่างชาติที่ เข้ามากระทำความผิดค้ามนุษย์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน มีการดำเนินคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติแล้ว จำนวน 29 คดี ที่เกี่ยวข้อแบ่งภูมิภาคต่าง เช่น ยุโรป และอเมริกา , เอเชียกลาง เช่น บาเรน โอมาน , กลุ่มเอเชียตะวันออก เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น , และประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาตรการเสริมอีกอย่างหนึ่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอยู่ คือการสืบสวนสอบสวนเพื่อลดอุปสงค์ โดยเป็นเรื่องของการจับกุมสื่อลามก และการล่วงละเมิดทางบนสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจกลายเป็นคดีค้ามนุษย์ออนไลน์ด้วย รัฐบาลก็ได้ตั้งคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเรียกว่า TICAC ซึ่งทำงานคู่ขนานกับมิตรประเทศในหลายประเทศ ซึ่งผลการปฏิบัติ ตั้งแต่เริ่มตั้งคณะทำงานในปี 2559 มีผลการดำเนินการและจับกุมจำนวน 104 ราย ซึ่งศาลได้พิพากษาไปแล้ว 30 กว่าคดี เฉพาะปี 2561 ถึง 30 มิถุนายน 2561 จับกุมแล้ว 33 คดี ผู้ต้องหา 35 คน ซึ่งเป็นที่ยอมรับในประชาคมผู้บังคับใช้กฎหมายในภูมิภาคและตอบโจทย์คือเป็นมาตรการลดอุปสงค์ ถือเป็นความพยายามที่จะสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่ในกระบวนการจัดการปัญหาค้ามนุษย์อย่างยั่งยืนของประเทศไทย

Share Button