POLICETV สถานีทีวีเพื่อประชาชน

ครบรอบ 28 ปี เหตุการณ์แก๊สระเบิด ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พ.ศ. 2533

เปิดอ่าน 1,333 views

ครบรอบ 28 ปี เหตุการณ์แก๊สระเบิด ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พ.ศ. 2533

                 เหตุการณ์แก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พ.ศ. 2533 เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในคืนวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2533 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นับเป็นข่าวอุบัติเหตุที่ครึกโครมที่สุดในสมัยนั้น และยังเป็นเหตุการณ์ที่คนคนไทยไม่มีวันลืม

เหตุเกิดเวลาประมาณ 22.00 น. รถบรรทุกแก๊สที่ขับโดยนายสุทัน ฝักแคเล็ก พยายามขับลงทางด่วนเพชรบุรีตัดใหม่ด้วยความเร็วเพื่อให้พ้นไฟแดง แต่รถได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ จากนั้นตัวรถได้ไถลไปกับพื้น ด้วยแรงเสียดสีกับพื้นถนน ทำให้ถังบรรจุแก๊สรูปแคปซูล 2 ถัง ถังละ 20,000 ลิตร หลุดออกจากตัวรถ และเกิดเป็นความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการเพิ่มแรงอัดให้กับแก๊สที่บรรจุอยู่ภายในถังเหล็กไม่อาจทนแรงเสียดสีได้ปริแตก แก๊สที่บรรจุอยู่ภายในได้พวยพุ่งออกมาและเกิดเป็นประกายไฟและระเบิดเสียงดังหลายครั้ง ทำให้บริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่และละแวกใกล้เคียงกลายเป็นทะเลเพลิงในไม่กี่วินาที

              ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและครอกผู้คนที่ติดอยู่ในรถยนต์ซึ่งกำลังติดไฟแดงอยู่ ณ บริเวณนั้น หลายรายเสียชีวิตทันที บางรายก็เสียชีวิตในรถเนื่องจากสำลักควัน บางคนที่สามารถหนีออกมาได้ ก็อยู่ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส เนื้อตัวเป็นแผลพุผองจากเปลวไฟ ขณะเดียวกันถังแก๊สอีกถังที่ยังติดอยู่กับตัวรถไม่อาจทนทานความร้อนได้ ก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง ตึกแถวสองฟากถนนเกิดไฟลุกท่วม และลามไปติดแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เกิดเป็นลูกไฟสูงท่วมตึกสามชั้น หม้อแปลงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ข้างถนนเกิดช็อตกระแสไฟถูกตัดขาด ทำให้เกิดไฟดับ และเกิดเป็นลูกไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีแดงฉาน ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนบริเวณนั้นและละแวกใกล้เคียงรวมทั้งชุมนุมแออัดนับ 100 หลังคาเรือน ต่างพากันพยายามหลบหนีเอาชีวิตรอด

                ไฟยังคงไหม้ต่อเนื่องนานนับชั่วโมงเจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพ และตำรวจดับเพลิงพยายามฉีดน้ำสกัดกั้น แต่เป็นเรื่องยากที่จะทำได้ เพราะแก๊สได้ฟุ้งกระจายไปในอากาศ เพลิงมาสงบเอาในเวลา 22.00 น. ของคืนต่อมา

              นาย สมชัย บวรลาภ  หัวหน้าหน่วยอาสาสมัคร เหนือ16-00 วัดบวรนิเวศฯ ซึ่งเป็นอาสาที่เข้าร่วมปฏิบัติการในขณะนั้น ได้เล่าประสบการณ์ทำงานในวันนั้นให้ทาง POLICE TV ฟัง ว่าในสมัยตนเองพร้อมทีมอาสาดับเพลิงซึ่งเป็นหน่วยที่มีกำลังและอุปกรณ์ผจญเพลิงพร้อม ทั้งชุดปฏิบัติการภายในอาคาร รถบรรทุกเครื่องสูบน้ำสำหรับดับเพลิง “… วันนั้นผมได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุพระราม(ดับเพลิง)และศูนย์วิทยุกรุงเทพ(ป่อเต๊กตึ๊ง) เกิดเหตุเพลิงรถยนต์ที่ถนนเพรชบุรี  ผมจึงนำกำลังที่อยู่ทั้งหมดในขณะนั้นประมาณ 8 นาย พร้อมรถและอุปกรณ์ไปที่เกิดเหตุเพื่อช่วยระงับเหตุ แต่พอไปถึงก็พบแสงเพลิงเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นรอบบริเวณที่เกิดเหตุ ตกใจและทำอะไรไม่ค่อยถูก  หลังจากตั้งสติได้ก็เริ่มปฏิบัติงานช่วยเหลือตำรวจดับเพลิง ทั้งการวางสายหัวฉีดต่างๆ และลุยเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในอาคารที่เกิดเหตุ ซึ่งในสมัยนั้นมีหอพักของนักศึกษาอยุ่ด้วย ผมและทีมอาสาสมัคร ตำรวจดับเพลิง ทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ในวันนั้น”

นาย สมชัย บวรลาภ  หัวหน้าหน่วยอาสาสมัคร เหนือ16-00 วัดบวรนิเวศฯ

            ” แม้เวลาจะผ่านมากว่า 28 ปี ผมยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ไม่เคยลืม และรู้สึกเศร้าสลดกับความสูญมากมายกับเหตุการณ์ในวันนั้น  ทุกวันนี้แม้อายุจะมากแล้ว ผมและอาสาสมัครหน่วยต่างๆ ก็ยังคงเตรียมพร้อมที่จะคอยช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ … “

 

                ต่อมา ศาลฎีกาบรรยายเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ในคำพิพากษาว่า “…เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2533 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา นายสุทัน ฝักแคเล็ก ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกก๊าซคันเกิดเหตุลงจากทางด่วนมาที่ถนนเพชรบุรีด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้พ้นสัญญาไฟจราจรที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสัญญาไฟแดง นายสุทันเลี้ยวรถไปทางด้านขวามุ่งหน้าจะไปสี่แยกมักกะสัน แต่รถยนต์บรรทุกก๊าซคันเกิดเหตุพลิกตะแคงครูดไปกับพื้นถนนจนถึงหน้าอาคารหอพักริมถนนเพชรบุรี ถังบรรจุก๊าซสองถังหลุดออกจากตัวรถ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ที่บรรทุกมารั่วแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง แล้วระเบิดเกิดเพลิงลุกไหม้ นายสุทันถึงแก่ความตายในรถ เพลิงลุกลามไหม้บ้านเรือนในชุมชนแออัดซึ่งอยู่ด้านซ้ายของถนนเพชรบุรีเสียหาย ไหม้ตึกแถวด้านซ้ายและขวาของถนนเพชรบุรีจำนวน 51 ห้อง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ในถนนเพชรบุรีตั้งแต่แยกทางด่วนถึงแยกถนนวิทยุเสียหายประมาณ 67 คัน และจากเพลิงไหม้ดังกล่าวเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายแปด 80 คน ได้รับอันตรายสาหัส 24 คน ได้รับอันตรายแก่กาย 12 คน ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 214,926,282 บาท

                รถบรรทุกแก๊สคันนี้ ไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้คือ ไม่มีข้อต่อระหว่างถังแก๊สกับตัวรถ ซึ่งข้อต่อดังกล่าวมีประโยชน์ในการยึดติดกับตัวรถ ไม่ให้เคลื่อนตัวหรือหล่นลงมาจนเกิดอันตราย นอกจากนี้ยังไม่มีสายรัดถังแก๊สเหมือนกับที่รถบรรทุกแก๊สทั่ว ๆ ไปใช้กัน

 

 

 

ภาพและข้อมูล // วิดิพีเดีย และ เรียบเรียงโดย Admin POLICE TV
Share Button