POLICETV สถานีทีวีเพื่อประชาชน

เริ่มเวทีแรกรับฟังความคิดเห็นปฏิรูปตร. “บิ๊กเฟื่อง” ตั้ง 5 คำถามตำรวจในฝัน ตอบโจทก์ปฏิรูป อลงกรณ์ ให้การบ้านสร้างความยุติธรรมเท่าเทียม

เปิดอ่าน 25 views

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่สโมสรตำรวจ คณะอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านยุติธรรม(ตำรวจ) ร่วมกับกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเสวนาปฏิรูปตำรวจ : Bottom Up
โดยมีผู้เข้าอบรมหลักสูตรการบริหารรักษาความสงบเรียบร้อยภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 4(บรอ.4) หลักสูตรบริหารตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 42 (บตส.42) บตส.43 หลักสูตรผู้กำกับการ รุ่นที่ 110 และ 111 ร่วมเสวนาและรับฟัง ทั้งนี้งานเสวนาครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ในกลุ่มของข้าราชการตำรวจ ของคณะกรรมการปฏิรูปฯโดยมี พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. ประธานอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว กรรมการปฏิรูปตำรวจ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา(สบ10) พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บัญชาการศึกษา ร่วมรับฟัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนาแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อยๆ โดยมีตัวแทนผู้เข้าอบรมขึ้นแสดงความคิดเห็น โดยหัวข้อประกอบด้วย โครงสร้างองค์กรตำรวจและภารกิจหน้าที่ งานสอบสวนและกฎหมาย การแต่งตั้งโยกย้ายและการบริหารงานบุคคล โดยมีตัวแทนข้าราชการตำรวจ นักวิชาการ ภาคเอกชน ที่ร่วมอบรม แสดงความคิดเห็น

ขณะที่ พล.อ.อ.อิทธพร ปาฐกถา หัวข้อการรับฟังความคิดเห็นการปฏิรูปตำรวจ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดเดดไลน์การปฏิรูปตำรวจต้องเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน 2560 โดยคณะอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็นได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการรับฟังความคิดเห็น 5 กลุ่มคือภาคประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อมวลชน ตำรวจ และบุคคลากรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งอัยการ ศาล และทนาย โดยเริ่มเปิดรับความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ โดย ตั้งประเด็นรับฟังความคิดเห็นผ่านคำถาทม 5 ข้อ ดังนี้ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรมีสถานะเป็นกรม หรือกระทรวง 2.สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรสังกัดกระทรวงใด เช่น กระทรวงยุติธรรม มหาดไทย หรือสำนักนายกรัฐมนตรี เช่นเดิม 3.ภารกิจ 11 ด้านของตำรวจควรถ่ายโอนไปหน่วยงานอื่นหรือไม่ 4.ตำรวจในฝันของประชาชนควรเป็นอย่างไร และ 5.ทำอย่างไร จึงจะได้ตำรวจในฝันที่ท่านต้องการ โดยเปิดรับความเห็นผ่านช่องทางปรชาสัมพันธ์ต่างๆด้วย
พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวด้วยว่า แม้แต่กองทัพอากาศ ก็ผ่านการปฏิรูปมีการปรับโครงสร้างในปี 2552 ยกเลิก 3 กองบัญชาการ และ 4 กองพลบินมาใช้โครงสร้างในปัจุบัน ซึ่งผ่านมา 13 ปีแล้ว เช่นเดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้โครงสร้าง กฎหมายนี้มาตั้งแต่ 2547 ตอนนี้ถึงปี 2560ก็เป็นปีที่ 13 เช่นกัน ซึ่งเป็นธรรมดาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ให้ตำรวจรับการเปลี่ยนแปลง

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางการปฏิรูปตำรวจ” โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาปฏิรูปการขับเคลื่อนประเทศ โดยกล่าวว่า หัวข้อที่ฝากไว้ให้ไปคิดในการปฏิรูปตำรวจ คือ ต้องปฏิรูปงานบริหารบุคคล ที่เป็นปัญหาทุกองค์กร ไม่จำเพาะแต่ตำรวจ แก้ปัญหาซื้อขายตำแหน่งให้ได้ ขณะที่ ต้องพิจารณาเรื่องโครงสร้างและสังกัด ว่าควรอยู่ที่ใด กับหน่วยงานใด แก้ปัญหางานสอบสวน ปรับปรุงงานโรงพักให้บริการประชาชนได้ดี ให้ความเป็นธรรม เสมอภาค ไม่มีคนรวย คนจน ต้องไม่มีปัญหาเช่นกรณีทายาทตระกูลดังขับรถชนตำรวจเสียชีวิตอีก ที่เป็นกรณีที่สะท้อนว่าตำรวจไม่สามารถให้ความยุติธรรมได้แม้แต่กับตำรวจด้วยกัน โดยต้องทำให้เห็นว่าตำรวจสามาระให้ความยุติธรรมแก่ทุกคนได้ ต้องทำให้ตำรวจเป็นตำรวจประชารัฐ เป็นต้นน้ำและปลายน้ำที่ดี มีอิสระจากการเมือง พัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน และยกระดับสวัสดิการและสวัสดิภาพและระบบงบประมาณของตำรวจ โดยฝากกรรมการปฏิรูปว่า การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้อย่าเริ่มนับหนึ่ง ให้นำสิ่งที่ สปท. สปช.คิด วิเคราะห์ ศึกษาไว้แล้วมาเดินต่อให้ดี

เพิ่มเติม

ภาพ : กองสารนิเทศ ตร.