admin

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 09.00 น. แถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจรและพิธีการคนเข้าเมือง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส …

ตร. เปิดศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจรพิธีการคนเข้าเมือง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทย Read More »

ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวก การจราจรและพิธีการคนเข้าเมือง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็น ทางการ ขอประชาสัมพันธ์ข่าวสารการจราจรให้ประชาชนได้รับทราบ กรณี สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส  (His …

“ บช.น. พร้อมจัดการจราจรสมเด็จพระสันตะปาปาพรานซิสเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ แนะเลี่ยงเส้นทาง 21-22 พ.ย.62 ” Read More »

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจความพร้อมงานลอยกระทง สั่งเฝ้าระวังดอกไม้ไฟ พลุ โคมลอย พร้อมเน้นให้ตำรวจใช้ดุลยพินิจบังคับใช้กฏหมายกับ เด็ก ผู้สูงวัย นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติ …

รอง ผบ.ตร. ตรวจความพร้อม“ลอยกระทง” สั่งตำรวจใช้ดุลยพินิจบังคับใช้กฏหมาย Read More »

โดยการสั่งการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร./   ผอ.ศพดส.ตร.ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ TICAC ทำการสืบสวนจับกุมผู้ใช้ชื่อทวิตเตอร์ “ขุนกร” หรือ “ขุนศรีวิกรกามา” ที่มีพฤติการณ์ล่อลวงเหยื่อผู้หญิงและเด็กหญิงมามีเพศสัมพันธ์ด้วย พร้อมทั้งหลอกล่อให้เปิด Live สดผ่านกลุ่มลับ ที่เรียกเก็บเงินค่าสมาชิก แล้วจึงนำคลิปวีดิโอที่ได้ไปขายต่อในกลุ่มลับอื่น ๆ อีก ซึ่งพบว่ามีเหยื่อเป็นจำนวนมาก ชุดปฏิบัติ TICAC ได้ดำเนินการสืบสวนทางเทคนิค จนเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 ได้ร่วมกันจับกุมตัว  นายธีระวุฒิหรืออ๊อฟ สมแคล้ว อายุ 27 ปี ผู้กระทำความผิดที่ได้ใช้ทวิตเตอร์ว่า “ขุนศรีวิกรกามา” มีผู้ติดตามกว่า 25,000 คน เก็บค่าสมาชิกรายละ 300 บาท ในความผิดฐาน ครอบครอง ค้าหรือประสงค์แห่งการค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก (ความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/2 ระวางโทษจำคุก 3 ถึง 10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ) โดยมีการตรวจยึดสื่อลามกอนาจารทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมาก (ประมาณ 800 กิกะไบท์) ที่ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดี ซึ่งจะได้ทำการอายัดเงินในบัญชีที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อไป เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ TICAC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง(สน.วังทองหลาง, บก.ปคม.) ได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลอาญา เข้าค้นห้องพักของ นายธนาวุฒิ หรือโน้ต ปาวรีย์ อายุ 30 ปี ขุนกรตัวจริง มีผู้ติดตามทวิตเตอร์กว่า 50,000 คน เก็บค่าสมาชิกไลฟ์สด และกลุ่มไลน์ รายละ 300 บาท ได้ที่ห้องพัก โดยนายธนาวุฒิ ให้รับสารภาพชั้นจับกุมว่าได้กระทำผิดจริง ดำเนินคดีข้อหา ครอบครอง ค้าหรือประสงค์แห่งการค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก (ความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/2 ระวางโทษจำคุก 3 ถึง 10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) และได้พบสื่อลามกที่นายธนาวุฒิ เป็นผู้ผลิตเองและกลุ่มลับที่ใช้เผยแพร่สื่อลามกเป็นจำนวนมาก ซึ่งระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ และเครือข่าย NGOs ว่าผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและสตรี โดยเฉพาะการละเมิดผ่านช่องทางออนไน์ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผบ.ตร. ได้แต่งตั้งคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ภายใต้การควบคุมสั่งการของ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญพิเศษในการสืบสวน สอบสวนทางเทคนิค และทำงานโดยยึดหลักการเอาเด็กและผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง กับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมาพบว่าปัญหาการละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ มีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเหยื่อและครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกล่อลวงให้เกิดเป็นสื่อลามกและหลุดเข้าไปในโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว จะไม่สามารถเอาออกได้อีกเลย ทำให้เหยื่อส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าและมีโอกาสฆ่าตัวตายสูง ชุดปฏิบัติการ TICAC จึงได้พยายามอย่างยิ่งในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดแต่ปัจจุบันคดีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก การจับกุมเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด จึงอยากให้ผู้ปกครอง ครู ตระหนักและช่วยกันสอดส่องเด็กในปกครองในการใช้สื่อออนไลน์ไปเหมาะสม และอยากเตือนเด็กทุกคนให้ระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ

พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท  พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ …

ผบ.ตร. ลงพื้นที่จังหวัดยะลา ติดตามคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการ ชรบ. Read More »

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆของบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับหมายจับค้างเก่า  โดยให้เพิ่มความเข้มในการสืบสวน  จับกุมเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีหมายจับ  โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยวันนี้(6 พ.ย.62) พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วีรพลเจริญศิริ ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ  นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หรือ ที่มีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญา หรือ ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดย พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ว่า ในห้วงระหว่างเดือน ต.ค.62 กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 มีผลการจับกุมคดีสำคัญๆ จำนวน 6 ราย กล่าวคือ รายที่ 1 และ 2 เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 เวลาประมาณ 19.00 น. จับกุมชายชาวจีน 2 ราย ใช้วีซ่าแคนาดาปลอมในการเดินทาง ทั้งนี้ เป็นผลจากการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สายการบิน Cathay Pacific กรณีพบชายต่างด้าวสัญชาติจีน 2 ราย  ได้ใช้แผ่นปะตรวจลงตราประเทศแคนาดาซึ่งมีลักษณะต่างจากของจริงมาแสดงเพื่อใช้เดินทางระหว่างประเทศโดยมีปลายทาง คือ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา หลังจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สายการบินฯเจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้เร่งรัดเข้าตรวจสอบแต่ไม่พบคนต่างด้าว ซึ่งในเวลาต่อมาจึงได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายการบินฯ เพิ่มเติมว่า คนต่างด้าวชาวจีน ทั้ง 2 รายข้างต้นได้หลบหนีไปและได้ทิ้งหนังสือเดินทางไว้ที่เจ้าหน้าที่สายการบินฯ พ.ต.ท.ทศพร ต้นสุวรรณ์สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตาม โดยแบ่งกำลังพลเป็นชุดสืบสวนลาดตระเวน และชุดตรวจสอบกล้องวงจรปิด ผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า คนต่างด้าวชาวจีนทั้ง 2 ราย ได้ขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจากการสืบสวนขยายผล พบว่า คนร้ายได้หลบหนีไปยังโรงแรมเดอะ วิคตอรี่ เอ็กเซ็คคูทีฟ เรสซิเด้นซ์ ย่านรางน้ำ ดังนั้น พ.ต.ท.ทศพรฯ จึงได้นำกำลังรุดไปยังโรงแรมฯ และสามารถจับกุมคนต่างด้าวชาวจีนทั้ง 2 ราย ในฐานความผิด “ปลอมและใช้รอยตราหรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับเดินทางระหว่างประเทศ” ทั้งนี้ จากการสืบสวน ชาวจีน ทั้ง 2 อ้างว่า “ได้ซื้อเอกสารดังกล่าวที่ผ่านทางแอปพลิเคชั่น WE CHAT ราคาประมาณ 2,000 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท) ก่อนที่จะเดินทางมาประเทศไทย รายที่ 3 เมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 เวลาประมาณ 21.00 น. จับกุมชายต่างด้าวไม่ทราบชื่อสกุลที่แท้จริง อายุประมาณ57 ปี ใช้หนังสือเดินทางประเทศแอฟริกาใต้ปลอม (ปลอมหน้าข้อมูลส่วนบุคคล) ในการเดินทางเข้าประเทศไทย กล่าวคือ ตามวันเวลาข้างต้นชายต่างด้าวไม่ทราบชื่อสกุลที่แท้จริง ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เข้าไปขอรับการตรวจอนุญาตเข้าเมืองผ่านระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) โดยระบบได้แจ้งว่า “หนังสือเดินทางมีการปลอมแปลงหรือมีการแก้ไขในส่วนของระบบนิรภัย “MRZ” (Machine …

ตม. BIOMETRICS ประกาศศักดา! จับรวด 6 คดี Read More »

พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีที่มีสื่อลงข่าว เหตุ “ล่าตัวหนุ่มหื่นกามอ้างเป็น ตร.ขับเก๋งปาดหน้า จยย.สาว 16 แล้วลากไปข่มขืน” และผู้เสียหายได้มาแจ้งความที่ สภ.สตึกจว.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 62 เวลาประมาณ 11.00 น. เกิดเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ที่โกดังปากทางเข้าบ้านตลาด หมู่ 8 ต.นิคม อ.สตึก จว.บุรีรัมย์ ผู้เสียหายคือ น.ส.ต๊อกแต๊ก (นามสมมติ)อายุ 15 ปี โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก ได้ทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องโดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายก่อเหตุ และได้ประสานข้อมูลของคนร้ายกับสถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง คือ สภ.แคนดง และสภ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ทราบว่าเคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวที่คนร้ายมีพฤติการณ์ก่อเหตุคล้ายคลึงกัน จึงได้ประสานข้อมูลของคนร้าย ทราบภายหลังว่าคนร้ายคือ นายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ ๕๔ ปี จึงนำภาพถ่ายคนร้ายไปให้ผู้เสียหายดู พร้อมกับยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราตนเองจริง จึงดำเนินการขออนุมัติหมายจับต่อ ศาล จ.บุรีรัมย์ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับ นายสฐาน อ่อนดีกุล ในข้อหา “ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ” พร้อมของกลาง คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขษ ๘๓๙ เชียงใหม่ จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวในหมายจับจริง และให้การรับว่าได้ประกอบเหตุ จริง จึงได้นำตัวผู้ต้องหานำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.สตึก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า คดีนี้หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาภาพผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ เนื่องจากได้รับรายงานจากท้องที่อื่นว่าคนร้ายเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ในหลายท้องที่เพื่อเป็นข้อมูล ให้ผู้เสียหายสามารถชี้ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ประกอบกับข้อมูลพยานแวดล้อม ความเชื่อมโยงกับข้อมูล เบาะแส ของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว และจะนำไปฝากขังยังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เยียวยาสภาพจิตใจผู้เสียหาย รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกล่าวชมเชยการทำงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว  และยังได้กำชับ พนักงานสอบดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกและพิจารณาจัดอันดับนักกีฬายิงปืน เพื่อเข้าร่วมโครงการตามแผนงาน   การเตรียมนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และกีฬาโอลิมปิคเกมส์ Road to Tokyo และ Road to Paris ได้มอบโอวาทแก่นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ที่จะเดินทางไปแข่งขันยิงปืนในรายการ  Asian Shooting Championship ครั้งที่ 14 ณ กรุงโดฮา ประเทศการ์ตา ในระหว่างวันที่ 1-14 พฤศจิกายนนี้ โดยมี พลตำรวจโท มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ในฐานะผู้จัดการทีม นำทีมนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าพบและรับมอบโอวาทจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ มีนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยที่เข้าพบจำนวนทั้งสิ้น 44 คน ได้แก่ รุ่นชิงโควตาโอลิมปิก จำนวน 22 คนประเภทปืนยาว จำนวน 11 คน, ประเภทปืนสั้น จำนวน 11 คน / รุ่นเยาวชน และยุวชน จำนวน 22 คนประเภทปืนยาว จำนวน 7 คน และประเภทปืนสั้น จำนวน 15 คน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 จำนวน …

รับสมัครบุคคลภายนอกสอบคัดเลือกเป็น ‘นักเรียนนายสิบตำรวจ’ Read More »