บช.ปส. รวบแก๊งขนยาไอซ์ 1000 กก ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด

บช.ปส. รวบแก๊งขนยาไอซ์ 1000 กก ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด

พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 คดี ยึดของกลางยาบ้า 40,000 เม็ด ไอซ์อีกกว่า 1,000 กิโลกรัม รวมมูลค่า 360,000,000 บาท โดยคดีแรก เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 62 เจ้าหน้าที่จับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี และนายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย สีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาพร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้นำทางขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคกลาง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง 3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี คดีที่สองตำรวจตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนัก 8 กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดทางพัสดุไปต่างประเทศ โดยหนึ่งในสินค้าเฝ้าระวังพบมีปลายทางไปประเทศญี่ปุ่น สำแดงสินค้าฝากส่งเป็นนาฬิกาแขวนผนังแต่มีน้ำหนักผิดปกติ ตรวจสอบพบบริเวณกรอบนาฬิกาใส่เป็นท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้นเพื่อให้ภายในสามารถบรรจุยาไอซ์ 8 กิโลกรัมได้ ตรวจยึด ยาไอซ์ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ส่วนคดีที่สาม ตำรวจจับกุมนายจักรพงษ์ ฮวดลิ้ม วัย 42 ปีพร้อมพวกรวม 4 คน หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหา คดียาเสพติดและพ้นโทษไปแล้ว แต่ยังคงติดต่อกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พบว่ากระบวนการนี้ จะซื้อ-ขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านทาง Social ก่อนจะเดินทางไปรับยาจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ตำรวจจึงติดตามกลุ่มผู้ต้องหากระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม และกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดมักอาศัยช่วงเทศกาลต่างๆ ขนยาเสพติดจำนวนมาก จึงได้สั่งการเฝ้าระวังตามเส้นทาง เช่นในครั้งนี้ที่สามารถจับกุมได้ล็อตใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้า ซึ่งบางเครือข่ายหยุดไป ขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายเกิดใหม่ นอกจากนี้ยังมีคนไทยที่ถูกจับคดียาเสพติดในประเทศญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งตำรวจ ปส. มีการประสานประสานพูดคุยความร่วมมือกันกับทางการญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่